Sole Distributor of Texas Instruments in Thailand
en | th
Sole Distributor of Texas Instruments in Thailand

สรุปข้อมูลของการสอบ License ทางการเงิน (CFA FRM CFP PRM CISA CAIA CIPM CMT)

สรุปข้อมูลของการสอบ License ทางการเงิน (CFA FRM CFP PRM CISA CAIA CIPM CMT)

CFA

ย่อมาจาก Chartered Financial Analyst เป็นคุณวุฒิทางด้านวิชาชีพการเงินและการลงทุนระดับสากล ผู้ที่ผ่านการทดสอบและมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนดจะมีสิทธิได้รับ CFA Charter และได้รับการยกย่องให้เป็น CFA Charter holder
ในด้านเนื้อหา หลักสูตร CFA เป็นการปูพื้นฐานด้านการวิเคราะห์หลักทรัพย์และการบริหารกองทุนที่ใช้ได้จริงในธุรกิจการจัดการกองทุน เป้าหมายของการสอบ CFA ก็เพื่อเป็นการปูทางไปสู่วิชาชีพด้านการบริหารกองทุน (investment profession) เนื่องจาก CFA เป็นคุณวุฒิที่มีมาตรฐานสูงและได้รับการยอมรับระดับสากล จึงได้รับการยกย่องจาก The Economist ว่าเป็น Gold Standard
จัดสอบโดย CFA Institute มีทั้งหมด 3 Level จัดสอบปีละ 1 ครั้งพร้อมกันทั่วโลกในราวต้นเดือนมิถุนายน (ยกเว้นการสอบ Level 1 ซึ่งจะมีการสอบปีละ 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 ในเดือนมิถุนายน และครั้งที่ 2 ในเดือนธันวาคม)
ค่าใช้จ่ายในการสอบแต่ละ Level
-Level 1 ค่าสอบ 450 (Enrollment) +650 (Registration) USD
-Level 2 ค่าสอบ 650 USD
-Level 3 ค่าสอบ 650 USD ในกรณี Early registration
ในกรณีสมัครช้า (Early registration) ค่าสมัครสอบจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาจสูงถึง1,300 USD
การทดสอบแต่ละ Level เนื้อหาเน้นเรื่องของ การลงทุน การวิเคราะห์งบการเงิน การ Valuation ตราสารต่างๆ ตลอดจน การบริหารความเสี่ยง โดย
CFA Level 1 ทดสอบความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการประเมินมูลค่าการลงทุนและการบริหารกลุ่มหลักทรัพย์,
CFA Level 2 สอบเชิงลึกเกี่ยวกับการประเมินมูลค่าการลงทุน,
CFA Level 3 เนื้อหาเกี่ยวกับการบริหารกลุ่มหลักทรัพย์และกรณีศึกษา
เครื่องคิดเลขที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในการสอบคือ Texas instruments รุ่น BA II Plus และ รุ่น BA II Plus Professional, Hewlett packard รุ่น HP 12C และ รุ่น HP 12C Platinum
การทำงานสายเงินในประเทศไทย License CFA/CISA เป็น Requirement อันดับแรกๆสำหรับผู้ต้องการเข้ามาทำงานสายนี้ กฎเกณฑ์ล่าสุดของสำนักงานกลต.คือว่า
– นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ต้องมี CFA/CISA ระดับที่ 1 + ประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้องเป็นเวลา 1 ปี
– นักวิเคราะห์อนุพันธุ์ต้องมี CFA/CISA ระดับที่ 2 + ประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้องเป็นเวลา 1 ปี
– ผู้จัดการกองทุนต้องมี CFA/CISA ระดับที่ 1 + ประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้องเป็นเวลา 2 ปี หรือสอบ CFA ครบทั้ง 3 ระดับ
– ส่วน IB, Trader ทั้งหลายยังไม่มี Requirement เรื่อง CFA โดยที่ IB จะต้องสอบ FA license ซี่งผู้สอบจะต้องมีประกบการณ์ด้าน IB อย่างน้อย 2 ปี
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
นอกจาก CFA แล้ว ในประเทศไทยยังมี License อื่นๆ ที่นิยมกันอีกดังนี้

FRM

ย่อมาจาก Financial Risk Manager เป็นใบประกาศนียบัตร หรือ ใบประกอบวิชาชีพทางด้านการเงินที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ซึ่งเน้นไปที่การบริหารจัดการความเสี่ยงของสถาบันการเงิน ในลักษณะต่างๆ เป็นหลัก บุคคลที่ได้รับประกาศนียบัตร “FRM” นั้น ถือได้ว่าเป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญและมีความเป็นมืออาชีพในเรื่องการบริหารความเสี่ยงทางด้านการเงินตามมาตรฐานสากล
จัดสอบโดยสถาบัน Global Association of Risk Professional (GARP) ปีละ 2 ครั้งประมาณช่วงเดือนพฤษภาคมและพฤศจิกายน เป็นที่นิยมมากรองจาก CFA
การสอบมี 2 Part (สามารถแบ่งสอบหรือสอบพร้อมกันก็ได้) โดย Part 1 ค่าสอบ 650 USD สำหรับ
Part 2 ค่าสอบ 350 USD (ในกรณี Early registration)
เนื้อหาเน้นเรื่องของการบริหารความเสี่ยง, Basel, การลงทุน ตลอดจนการ Valuation ตราสารต่างๆ โดย Part 1 เป็นเรื่องของเครื่องทางการเงิน ตลาดเงิน ผลิตภัณฑ์ต่างๆ และการประเมินความเสี่ยงพื้นฐาน ส่วน Part 2 เป็นความรู้ที่ต่อยอดจากระดับแรกประกอบด้วยความเสี่ยงด้าน Market ด้าน Credit ด้าน Operation รวมทั้งการบริหารจัดการความเสี่ยงการลงทุน
เครื่องคิดเลขที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในการสอบคือยี่ห้อ Texas instruments รุ่น BA II Plus และ รุ่น BA II Plus Professional และยี่ห้อ Hewlett packard รุ่น HP 12C , รุ่น HP 12C Platinum และรุ่น HP 10BII+
FRM license สามารถนำไปขึ้นทะเบียนนักวิเคราะห์หลักทรัพย์/อนุพันธุ์ได้ (เทียบเท่ากับ CFA level 2) ระดับความยากเทียบประมาณ CFA level 2 (บางคนบอกยากกว่า) ซึ่งเนื้อหาจะมีการคำนวนและมี Quantitative model เยอะ แต่ทั้งนี้ Pass rate แต่ละปีค่อนข้างสูง (40-50%)
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ WWW.GARP.COM

CFP

ย่อมาจาก Certified Financial Planner จัดสอบโดยสมาคมนักวางแผนการเงินไทย โดยสามารถเช็คตารางสอบได้จาก WWW.TSI-THAILAND.ORG และ WWW.TFPA.OR.TH
– มี 4 Modules โดยค่าสอบ Module ละ 2,000 – 3,000 บาท โดยต้องผ่านการอบรมจากหน่วยงานที่สมาคมนักวางแผนการเงินไทยให้การรับรองก่อน (เช่น AIMC, ASCO) ค่าอบรมแพงกว่าค่าสอบพอสมควร ยกเว้นถ้าผ่าน CFA/CISA level 3 แล้วสามารถสอบได้เลย ล่าสุด
– เนื้อหาเน้นเรื่องการวางแผนทางการเงินเพื่อการเกษียณอายุ, การวางแผนภาษีตลอดจนผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ
– เครื่องคิดเลขที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในการสอบคือยี่ห้อ Texas instruments รุ่น BA II Plus และ รุ่น BA II Plus Professional, ยี่ห้อ Hewlett packard รุ่น HP 12C, รุ่น HP 12C Platinum, รุ่น HP10BII+ และ รุ่น HP 17BII+
– CFP license สามารถนำไปขึ้นทะเบียนนักวิเคราะห์หลักทรัพย์/อนุพันธุ์ได้ (เทียบเท่ากับ CFA level 2)
– เนื้อหาไม่ยากมากเมื่อเทียบกับ FRM , PRM หรือ CAIA เนื่องจากไม่ได้เน้น Quantitative มากนักแต่มีเรื่องของรายละเอีดต่างๆค่อนข้างมาก และต้องเข้าอบรมก่อนสอบ
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่WWW.TSI-THAILAND.ORG และ WWW.TFPA.OR.TH

PRM

ย่อมาจาก Professional Risk Manager จัดสอบโดยสถาบัน Profession Risk Managers’ International Association (PRMIA) เป็นการสอบแบบ Computer base โดยใช้ศูนย์สอบของ Pearson vue ซึ่งสอบได้ตลอดทั้งปี เป็นคู่แข่งโดยตรงของ FRM โดยเดิมทีเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง FRM และแยกตัวออกมา ปัจจุบันเป็นพันธมิตรกับสถาบันการศึกษาหลายแห่ง และสามารถ Cross over การสอบบางหัวข้อได้ (หรือ Waive ไม่ต้องสอบ) หากผู้สมัครสอบผ่าน CFA, CAIA ในหมดวิชาที่เกี่ยวข้องกัน
– มี 4 หมวด ค่าสอบหมวดละ 50 USD โดยสามารถเลือกเก็บทีละหมวดได้ (คล้ายๆ CISA)
– เนื้อหาเน้นเรื่องคณิตศาสตร์, การบริหารความเสี่ยงและ Case studies ต่างๆเป็นหลัก
– มี Software ของ เครื่องคิดเลขวิทยาศาสตร์ Texas Instrument รุ่น TI-30XS ให้ใช้ในการสอบ (เป็น Computer based)
– ปัจจุบันยังไม่สารถนำไปขึ้นทะเบียน License กับสำนักงานกลต.ได้
– ความยากใกล้เคียงกับ FRM โดยเนื้อหาโดยรวมจะมีบางส่วนที่ลึกกว่า แต่ความกว้างของเนื้อหาไม่เท่า FRM โดย Pass rate ประมาณ 50-60%
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ WWW.PRMIA.ORG

CISA

ย่อมาจาก Certified Investment and Securities Analyst Program
CISA เปรียบเสมือน CFA ภาคภาษาไทย คือมีขั้นตอนต่างๆ เหมือนกับ CFA เพียงแต่ใช้ข้อสอบภาษาไทย และเนื่องจาก CISA เป็นหลักสูตรที่พัฒนาขึ้นในประเทศไทย จึงได้รับการยอมรับในประเทศไทยเท่านั้น (ต่างจาก CFA ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก)
หน่วยงานที่จัดการอบรมและสอบ CISA คือ TSI การพัฒนาและดำเนินการหลักสูตร CISA จะยึดกรอบเนื้อหาของหลักสูตร CFA หรือ Chartered Financial Analyst ของ CFA Institute ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันในระดับสากล โดยหลักสูตร CISA แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ระดับ 1 ระดับ 2 และระดับ 3 เช่นเดียวกับการสอบ CFA
CISA มีข้อได้เปรียบเรื่องค่าสมัครสอบที่ถูกกว่า CFA และแนวทางการสอบที่สามารถทยอยสอบให้ผ่านเป็นกลุ่มวิชาได้ (ต่างจาก CFA ที่ต้องสอบทุกวิชาในวันเดียว)
คำถามที่พบบ่อย
ระหว่าง CFA กับ CISA สอบอะไรดี ผมขอตอบว่า หากไม่ห่วงว่าภาษาอังกฤษจะเป็นอุปสรรค การสอบ CFA ได้เปรียบกว่าในแง่การได้รับการยอมรับในระดับสากล แต่หากเป็นห่วงเรื่องภาษาอังกฤษ การสอบ CISA ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Thailand Securities Institute (TSI) หรือ https://www.set.or.th/set/professional/html.do?name=certificate_about&innerMenuId=61

CAIA

ย่อมาจาก Chartered Alternative Investment Analyst จัดสอบโดยสถาบัน CAIA association จัดสอบปีละ 2 ครั้งในช่วงเดือนมีนาคมและกันยายน โดยจะสอบที่ศูนย์สอบ Pearson ที่ตึก BB Tower อโศกเริ่มเป็นที่นิยมในประเทศไทย
– มี 2 Level โดย Level 1 ค่าสอบ 1,500 USD และ Level 2 ค่าสอบ 1,000 USD
– เนื้อหาเน้นเรื่องการลงทุนในหลักทรัพย์ประเภท Hedge funds, Real estates, Private equities, Commodities, Derivatives ต่างๆ โดย
Level 1 จะทดสอบความรู้เกี่ยวกับ Traditional Finance, Quantitative Analysis รวมถึงพื้นฐานของ Alternative Investments
Level 2 จะทดสอบเชิงลึกเกี่ยวกับ Alternative Investments และการประยุกต์ความรู้จาก Level 1

– เครื่องคิดเลขที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในการสอบคือ ยี่ห้อ Texas instruments รุ่น BA II Plus และรุ่น BA II Plus Professional, ยี่ห้อ Hewlett packard รุ่น HP 12C และรุ่น HP 12C Platinum
– ปัจจุบันยังไม่สารถนำไปขึ้นทะเบียน License กับสำนักงานกลต.ได้ แต่สำหรับต่างประเทศผู้ที่จะก้าวเข้าทำงานใน Hedge fund นิยมสอบ
– ความยากจะค่อนข้างง่ายกว่า CFA ในระดับเดียวกัน แต่เกณฑ์การวัดผ่านจะเข้มงวดกว่า และไม่มีการปูพื้นเนื้อหา ดังนั้นผู้สอบจึงควรมีพื้นความรู้ด้านการเงินอยู่แล้วพอสมควร Pass rate อยู่ที่ประมาณ 60% สำหรับ Level 1 และ 50% สำหรับ Level 2
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ WWW.CAIA.ORG

CIPM

ย่อมาจาก Certificate in Investment Performance Measurement จัดสอบโดยสถาบัน CFA institute จัดสอบปีละ 2 ช่วง คือ ระหว่างช่วงเดือนเมษายนและเดือนกันยายน – มี 2 Level โดย Level Principle (1) ค่าสอบ 575 และ Level Expert (2) ค่าสอบ 500 USD กรณี Early registration
– เนื้อหาเน้นเรื่องการวัดผลตอบแทนจากการลงทุน (Performance measurement) และการรายงานผลตอบแทนจากการลงทุน (Performance reporting) อย่างมืออาชีพ
– เครื่องคิดเลขที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในการสอบคือ Texas instruments รุ่น BA II Plus และ รุ่น BA II Plus Professional, Hewlett packard รุ่น HP 12C และ รุ่น HP 12C Platinum
– ปัจจุบันยังไม่สารถนำไปขึ้นทะเบียน License กับสำนักงานกลต.ได้
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cfainstitute.org/programs/cipm/Pages/index.aspx

CMT

ย่อมาจาก Chartered Market Technician จัดสอบโดยสถาบัน Member of the Market Technicians Association (MTA)
การสอบ
จัดสอบปีละ 1 ครั้ง ช่วงเดือนเมษายน มี 3 Level โดย
Level 1 ค่าสอบ 700 USD
Level 2 ค่าสอบ 650 USD
Level 3 ค่าสอบ 650 USD
โดยที่ Level 1-2 เป็นข้อสอบ Multiple choices
ส่วน Level 3 เป็นเขียนตอบแบบสั้น (Short answer)
– เนื้อหาเน้นเรื่องการวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical analysis) เพื่อการบริหารพอร์ทการลงทุน โดยที่ Level 1 เน้นเรื่องความรู้พื้นฐานทั่วไปของการวิเคราะห์เชิงเทคนิค
Level 2 วัดความสามารถในการเข้าใจเนื้อหาและประยุกต์ใช้ทฤษฎี ,
Level 3 จะรวบรวมความรู้ความเข้าใจทั้งต่อ ต่อยอดจาก Level 2 มาใช้ในทางปฏิบัติ
ปัจจุบัน CMT 1 สามารถ ไปขึ้นทะเบียน License นักวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิคกับสำนักงานกลต.ได้
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.mta.org

นอกจากนี้ยังมี License อื่นๆเช่น CFQ , ERP ฯลฯ แต่ปัจจุบันยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก
ทั้งนี้ข้อมูลต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของแต่ละหน่วยงานอย่างสม่ำเสมอ